การบันทึกและปรับแต่งเสียงบรรยายให้ได้คุณภาพ เพื่อใช้ประกอบในงาน Video

ในการผลิต Clip Video ซึ่งจัดเป็นสื่อประเภท Multi Media ที่มีการใช้ทั้งภาพและเสียงในการสื่อความหมาย เพื่อให้ผู้ชมเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่ผู้ผลิตสื่อได้ตั้งไว้นั้น ผู้ชมจะเกิดการรับรู้เนื้อหาที่สื่อสารได้อย่างชัดเจน กระจ่าง ไม่มีความคลุมเครือก็ต่อเมื่อสื่อ Multi Media ที่ได้ชมมีคุณภาพดี ทั้งในด้านคุณภาพของภาพกราฟิคที่ควรต้องมีความชัดเจน เอื้อต่อการมองเห็น และอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการสื่อสารแบบ Multi Media คือเรื่องคุณภาพของเสียงโดยเฉพาะเสียงพูดหรือเสียงบรรยายที่ควรต้องมีความชัดเจน อยู่ในระดับการฟังที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ชม Clip Video เกิดการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง

จากการที่เสียงบรรยายใน Clip Video หรือสื่อ Multi Media ถูกจัดเป็นเครื่องมือหรือสื่อหลักในการส่งสารทางด้านการฟังไปสู่ผู้ชม/ผู้ฟังนั้น การได้มาซึ่งเสียงบรรยายที่มีคุณภาพที่มีความชัดเจน สมจริง จึงเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ทำการบันทึกเสียงต้องค้นหาอุปกรณ์ วิธีการ ขั้นตอน เทคนิค เพื่อให้สามารถบันทึกเสียงบรรยายให้มีคุณภาพดี เหมาะกับการนำไปประกอบใน Clip Video

ในรายงานฉบับนี้ผู้นำเสนอได้ถอดผลสำเร็จจากประสบการณ์การบันทึกเสียงบรรยายมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งเสียงบรรยายที่บันทึกมานั้น ได้ถูกนำไปใช้งานจริง โดยได้เผยแพร่เนื้อหาในรูปแบบ Clip Video ไปสู่ผู้เรียนทั้งที่เป็นเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยบูรพาหรือบุคคลภายจากหน่วยงานภายนอกที่มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน Clip Video นั้น ๆ  ซึ่งในด้านของการเป็นผู้ผลิตสื่อ ผู้นำเสนอรายงานฉบับนี้สามารถจำแนกปัจจัย และวิธีการในการบันทึกเสียงบรรยายให้มีคุณภาพได้ดังต่อไปนี้

  • ด้านอุปกรณ์
  1. Microphone ที่ผู้นำเสนอรายงานมองว่าเป็นหัวใจของการบันทึกเสียง เพราะเป็นอุปกรณ์ต้นทางในการรับ

สัญญาณเสียงเข้าสู่ระบบการบันทึก ซึ่งผู้นำเสนอรายงานฉบับนี้ใช้ Microphone ชนิด Condenser ที่มีความไวต่อการรับสัญญาณเสียง เหมาะกับการใช้บันทึกเสียงพูดหรือเสียงบรรยาย โดยเชื่อมต่อ Microphone เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ PC ทางช่อง USB Port

  1. หูฟัง หรือชุดอุปกรณ์ขยายเสียงที่มีคุณภาพ ใช้สำหรับ Playback หรือเพื่อใช่ทดสอบฟังเสียงที่ทำการบันทึกมาว่าได้คุณภาพหรืออยู่ในระดับที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ ซึ่งการใช้อุปกรณ์สำหรับ Playback ที่ด้อยคุณภาพ อาจทำให้ผู้บันทึกเสียงรับฟังเสียงที่ผิดเพี้ยน ไม่ได้รับฟังเสียงใกล้เคียงความเป็นจริงตามที่ถูกบันทึกมา

 

. เริ่มต้นการบันทึกเสียง

  1. หลังจากต่อ Microphone เข้ากับคอมพิวเตอร์ทางช่อง USB Port แล้ว ให้คลิกขวาที่ไอคอนรูปลำโพงทางมุมขวาด้านล่างของจอภาพ จากนั้นเลือกไปที่ Recording devices (ดังรูป) เพื่อไปทำการตั้งค่าระดับเสียงที่กำลังจะบันทึก
  2. หลังจากเลือก Recording devices จะปรากฎหน้าต่าง Sound ดังภาพ จะมีรูปแสดงให้เห็นว่า Microphone ที่เราเพิ่งเชื่อมต่อกำลังอยู่ในสถานะ Active ให้คลิกที่ไอคอน Microphone ตัวที่เพิ่งต่อเข้าไปนี้ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Properties

 

  1. จะปรากฏหน้าต่าง Microphone Properties ขึ้น ให้เลือกที่แถบ Levels จากนั้นเลื่อน (สไลด์ ซ้าย-ขวา) ปุ่มระดับความดังให้เหมาะสม ซึ่งอาจอยู่ในระดับ ๘๐ – ๙๕ โดยจะปรับตามระดับเสียงของผู้บรรยายว่าเป็นคนพูดเสียงดังหรือเบาอย่างไร ในกรณีที่เป็นคนพูดเสียงเบา ก็ให้เลื่อน (สไลด์ไปทางขวา) เพื่อให้ระดับเสียงให้ใกล้เคียง ๑๐๐ จากนั้นคลิกที่ปุ่ม OK
  2. ขั้นตอนถัดมาคือการเปิดโปรแกรมสำหรับบันทึกเสียง โดยในที่นี้ผู้นำเสนอรายงานจะบันทึกเสียงด้วย

โปรแกรม Sound Recorder ที่มีมาพร้อมกับตัว MS Windows อยู่แล้ว

 

  1. เริ่มต้นบันทึกเสียงโดยกดปุ่ม Start Recording เมื่อโปรแกรมเริ่มต้นบันทึกหน้าต่างจะแสดงการนับเวลาไป

ข้างหน้า และเห็นเส้นระดับเสียงสีเขียวขึ้น-ลง ตามระดับความดังของเสียงพูด จนเมื่อบันทึกสิ้นสุดให้กดปุ่ม

Stop Recording จากนั้นให้จัดเก็บไฟล์เสียงในที่สะดวกแก่การค้นหา

 

คำแนะนำ  – ควรให้ปากของผู้บรรยายห่างจาก Microphone ในระยะประมาณหนึ่งฝ่ามือตะแคง จะทำให้ได้ระดับเสียง

ดีที่สุด

– เมื่อบันทึกเสียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้จัดเก็บ Condenser Microphone ด้วยความระมัดระวัง เพราะการถูกกระแทก หรือตกพื้นเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ Microphone ชำรุดเสียหายใช้งานไม่ได้อีกเลย

 

๓. การปรับแต่งเสียงที่ได้จากการบันทึก

การปรับแต่งเสียงที่ได้จากการบันทึกถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยในที่นี้ผู้นำเสนอรายงานได้ใช้โปรแกรม Adobe Audition เพื่อทำการปรับแต่งเสียงเพื่อให้ได้เสียงที่เหมาะสมตามความต้องการ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. เปิดโปรแกรม Adobe Audition จากนั้นเปิดไฟล์เสียงที่ต้องการปรับแต่ง โดยใช้คำสั่ง File > Open

ไฟล์เสียงจะปรากฏเป็นรูปคลื่นความถี่เสียงดังภาพ จากภาพตัวอย่างจะเห็นการแบ่งช่องความถี่เสียง

ออกเป็นสองส่วน คือส่วนบน-ส่วนล่าง ซึ่งหมายถึงโปรแกรมทำงานในแบบเสียง Stereo ๒ Chanel

นั่นเอง

 

  1. เรื่องของระดับเสียง จากภาพตัวอย่าง จะเห็นว่าเสียงใน Chanel บนมีระดับรูปคลื่นที่ต่ำกว่า Chanel

ด้านล่าง ซึ่งหมายถึงระดับเสียงจะเบากว่า Chanel ทางด้านล่าง และจากรูปตัวอย่างระดับเสียง

ใน Chanel ล่างเป็นระดับเสียงที่มีความดังเหมาะสมกับการนำไปใช้งาน คือมีความดังในระดับใกล้เคียง

+- 0dB โดยดูได้จากยอดของคลื่นเสียงอยู่ในระดับใกล้เคียงเส้นขาวที่ -30000 ที่ถือเป็นเส้นบอกระดับเสียง

มาตรฐาน

 

  1. การปรับลด-เพิ่มระดับเสียง ทำได้โดย ดับเบิ้ลคลิกที่รูปลูกคลื่นระดับเสียงให้ Active > เลือกที่เมนู Effects

> เลือกที่ Amplitude > และเลือกที่ Amplify/Fade

 

  1. จะปรากฏหน้าต่าง Amplify/Fade ที่แถบ Constant Amplification ในช่อง dB ให้ใส่ตัวเลขระดับของ

ความดังที่ต้องการให้เพิ่มขึ้น (ตัวอย่างคือ ๓ dB) > จากนั้นคลิกปุ่ม OK

 

 

 

 

หลังจากเพิ่มระดับเสียงตามขั้นตอน d. แล้วจะเห็นได้ว่าระดับของรูปคลื่นเสียงที่ Chanel บนสูงขึ้นตามค่าที่เราได้เพิ่มเข้าไป ให้ผู้ปรับแต่งเสียงปรับเพิ่มหรือลดระดับเสียงให้อยู่ในระดับใกล้เคียงเส้นมาตรฐาน ดังตัวอย่างใน Chanel ล่างที่มีระดับเสียงใกล้เคียงเส้นมาตรฐาน เหมาะสมกับการนำไปใช้งาน

 

  1. การตัดเสียงรบกวนหรือ Noise ที่โดยทั่วไปมักจะได้ยินเป็นเสียงซ่าส์ ออกทางหูฟังหรือลำโพง โดยเริ่มต้นขั้นตอนที่การ Capture สัญญาณเสียง Noise เพื่อให้โปแกรมสามารถเลือกตัดความถี่ในช่วงที่เป็นสัญญาณ Noise เท่านั้น ซึ่งจะทำให้สัญญาณเสียงในย่านอื่น ๆ ไม่เกิดผลกระทบหลังจากที่โปรแกรมตัดเสียงช่วงความถี่ Noise ออกไปแล้ว ทำได้โดยการ Drag สัญญาณ Noise ที่เส้นความถี่เสียง (ดังรูป ในบริเวณแถบสีขาว) > เลือกที่เมนู Effects > เลือกที่ Noise Reduction > เลือกที่ Capture Noise Reduction Profile โปรแกรมจะทำการบันทึกข้อมูลความถี่เสียง Noise ตามที่เราเลือกไว้

 

  1. จากนั้นสั่งให้แกรมตัดเสียง Noise ตามช่วงความถี่เสียงที่เราได้ Capture ไว้แล้ว โดยเริ่มที่ดับเบิ้ลคลิกที่

รูปคลื่นเสียงเพื่อให้คลื่นเสียง Active ทั้งหมด เพราะเราต้องการตัดเสียง Noise ออกจากไฟล์เสียงทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นไปที่เมนู Effects > เลือกที่ Noise Reduction > และเลือกที่ Noise Reduction โปรแกรมจะตัดเสียง Noise ออกจากไฟล์เสียงของเราตามต้องการ

 

  1. บันทึกไฟล์เสียงที่ได้ปรับแต่งตามต้องการเรียบร้อยแล้ว โดยไปที่เมนู File > เลือกที่ Save As > ตั้งชื่อ

ไฟล์ และเลือกชนิดไฟล์เสียงตามที่ต้องการ (ดังรูปตัวอย่างเลือกเป็นชนิด .mp3) > จัดเก็บไฟล์เสียงในที่ สะดวกต่อการนำมาใช้งาน จึงเป็นการเสร็จสิ้นกระบวนการในการบันทึก และปรับแต่งเสียงพูดหรือเสียง

บรรยาย

 

คำแนะนำ  ไฟล์เสียงที่ได้จากการผลิตตามขั้นตอนข้างต้นนี้ยังสามารถนำไปปรับเพิ่ม-ลด ระดับได้อีกบนโปรแกรมตัดต่อ ซึ่งเป็นการผลิตสื่อในขั้นตอนถัดไป ส่วนขั้นตอนในต่าง ๆ ในรายงานนี้เป็นเพียงส่วนเริ่มต้นในการผลิตสื่อ Clip Video เท่านั้น

จากเนื้อหาตามข้างต้นที่ถอดจากประสบการณ์การบันทึก และปรับแต่งเสียงบรรยายของผู้นำเสนอรายงานนี้ คาดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่จะทำการบันทึกเสียงบ้างไม่มากก็น้อย เนื่องจากในปัจจุบันนี้ทั้งอุปกรณ์ และโปรแกรมมีความหลากหลายเอื้ออำนวยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงได้ง่ายดายยิ่งขึ้น อีกทั้งเทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วบนค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง การทำงานให้มีคุณภาพของแต่ละบุคคลจึงไม่ใช่เรื่องที่ตายตัว ผู้ปฏิบัติงานสามารถประยุกต์หรือเลือกวิธีการให้เหมาะกับตนเองได้ตลอดกระบวนการ เพื่อให้ได้ผลงานที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

Leave A Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *