Back

การนำเสนอข้อมูลผ่านแผนภาพ (Visualization)

          เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องนำข้อมูลไปนำเสนอเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย หนึ่งวิธีในการนำเสนอให้ได้ผลคือ การนำเสนอในลักษณะของ Visualization คือกราฟหรือแผนภาพต่าง ๆ เพื่อแทนข้อมูลที่เข้าใจง่ายและสื่อความหมายได้รวดเร็วมากขึ้น โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้ 

  1. หลักการในการ Visualizing Data
  2. การสร้าง Visualizations ด้วย Tableau
  3. Tips for Creating a Slideshow
  1. หลักการในการ Visualizing Data

แนวคิดของ McCandless (The McCandless Method) มี 4 องค์ประกอบในการสร้าง Visualization ที่มีประสิทธิผล (Effective) คือ

  1. Information (data) คือ ข้อมูลที่เราต้องการจะสื่อสารไปยังผู้รับสาร
  2. Story (concept) คือ เรื่องราวที่ช่วยเพิ่มความหมายและความน่าสนใจให้กับข้อมูลที่จะสื่อสาร
  3. Goal (function) คือ เป้าหมายที่ผู้รับสารควรได้รับแง่คิดที่สามารถนําไปใช้ได้ (Actionable insights)  
  4. Visual form (metaphor) คือ การใช้รูปร่างแบบต่าง ๆ แทนข้อมูลดิบทําให้ Visualization ของเรามีโครงสร้างและมีความสวยงาม

          หลักการเลือกรูปภาพไปนำเสนอข้อมูลให้ตรงตามวัตถุประสงค์ (Choosing the Right Data Visualization) 

          โดยสามารถนำเสนอในลักษณะของกราฟประเภทต่าง ๆ ดังนี้

  • Line จะเหมาะสำหรับการดูแนวโน้ม (Trend) รูปแบบ (Pattern) การกลับมาซ้ำ หรือ การเปลี่ยนแปลง (Chenge) ตามเวลา
  • Column เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบของปริมาณที่สนใจ (Compare and Contrast using size)


  • Pie เหมาะสำหรับการดูสัดส่วนแบ่งตามกลุ่ม (Proportions)
  • Scatter เหมาะสำหรับการดูความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ปริมาณ (Relationships between variables)
  • Map เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลแบ่งตามตำแหน่งที่อยู่ (Locations)
  • Histogram เหมาะสำหรับการดูการกระจายตัวของค่าข้อมูล (Distribution)

5 องค์ประกอบทางศิลป์ที่ช่วยในการวิเคราะห์ออกแบบ Visualization ได้

  1. Lines เส้นช่วยสร้าง Structure ให้ Visualization
  2. Shapes รูปทรงช่วยเพิ่มความแตกต่าง (Contrast) ให้กับข้อมูล เช่น รูปทรงที่เป็นรูปร่างประเทศ จะช่วยให้แยกแยะประเทศได้ หรือ Pie chart ช่วยทำให้เห็นความแตกต่างของแต่ละชิ้นของ Pie ว่ามีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่
  • Colors ใช้สีช่วยอธิบายข้อมูล (เช่น เขียว = บวก, แดง = ลบ) ใช้ความเข้มช่วยเน้นข้อมูล (เช่น เด่น = สด, ไม่เด่น = หม่น)
  • Space ใช้พื้นที่ว่างช่วยนำทางสายตาที่ไปยังสิ่งที่ควรจะเด่นหรือช่วยจัดกลุ่ม
  • Movements ใช้ความเคลื่อนไหวให้เห็นวัฒนาการ เช่น

3 องค์ประกอบของการออกแบบ Visualization ให้มีประสิทธิ์ผล

  1. Clear meaning คือ Visualization ที่เราสร้างต้องสามารถสื่อสารแง่คิดหรือความเข้าใจ (Insight) ที่เราต้องการสื่อได้
  2. Sophisticated use of contrast คือการใช้ความแตกต่าง (Contrast) ในการทําให้สิ่งที่สําคัญเด่นขึ้นมา โดยใช้ประโยชน์จากบริบทภาพ (Visual context) ที่สมองมนุษย์คุ้นเคย เช่น เขียวคือบวก แดงคือลบ
  3. Refined execution คือการใส่ใจรายละเอียด (Deep attention to detail) เมื่อใช้ 5 องค์ประกอบศิลป์ (Lines, shapes, colors, spaces, and movements) ในการออกแบบ Visualization

กระบวนการ Design Thinking For Data Visualization

เราสามารถใช้กระบวนการ Design Thinking ในการช่วยออกแบบ Visualization โดยยึดผู้ใช้หรือผู้รับสารเป็นศูนย์กลาง (User-centric) ซึ่งมี 5 ขั้นตอนดังนี้

  1. Empathize คือ การเข้าถึงความต้องการผู้ใช้ โดยการพิจารณาอารมณ์ (Emotions) และความต้องการ (Needs) ของ กลุ่มเป้าหมายที่เราจะสร้าง Visualization ให้เขาดู เช่นใช้สีที่คนตาบอดสีดูได้
  2. Define คือ การระบุสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ โดยการกําหนดให้ชัดว่ากลุ่ม เป้าหมายต้องการอะไรจากข้อมูลที่เราจะนําเสนอ
  3. Ideate คือการผลิตไอเดีย โดยการระดมสมอง (Brainstorm)ในการผลิตไอเดียการสร้าง Visualizations ที่หลากหลายและผลิตไอเดียให้มาก
  4. Prototype คือการสร้างแบบจําลอง โดยเลือกบางไอเดียที่คิดว่า ตอบโจทย์มาสร้าง Visualizations ฉบับร่างเพื่อนําไปทดสอบกับผู้ใช้
  5. Test คือการทดสอบก่อนใช้จริง โดยนํา Prototype ไปทดสอบกับผู้ใช้เพื่อ เก็บ Feedback มาปรับปรุง แก้ไขก่อนนําไปใช้จริง

อธิบายกราฟด้วย Headlines, Subtilels, Labels และ Annotaions

  • Headline เพื่อดึงดูดความสนใจ (Grab attentionX
  • Subtile เพื่ออธิบาย (Describe) เพิ่มเติม และให้บริบท (Context)
  • Labels เพื่อระบุตัวแปรแกน X และ แกน Y ให้ชัดเจน รวมถึงแยกแยะข้อมูลอื่นๆ ที่นำมาวาดกราฟ ซึ่งจะทำให้อ่านกราฟได้สะดวกกว่าการใช้ Legend ที่เป็นกล่องแยกออกมาต่างหาก
  • Annotations เพื่ออธิบายเพิ่มเติมหรือเน้นข้อมูลสำคัญ

 5 วิธีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงกราฟ หรือแผนภาพที่สร้างขึ้น

  1.  Labeling คือการใช้ Labels แทน Legends
  2.  Text alternatives คือการใช้ข้อความอธิบายบริบทเดิมที่ไม่ได้เป็นข้อความ เช่น เพิ่ม Annotation ที่อธิบายวิธีการอ่านกราฟในสว่นที่คนนอกวงการอาจไม่เคยเจอมาก่อน
  3. Text-based format คือการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของข้อความหรือบทความเพิ่มจากการแสดงกราฟ
  4. Distinguishing คือการเพิ่มความแตกต่าง (Contrast) ระหว่างพื้นหน้า (Foreground) กับพื้นหลัง (Background) ด้วยสีหรือด้วยลวดลาย เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตา เช่น ตาบอดสี ได้เข้าถึง
  5. Simplify คือการหลีกเลี่ยงการใช้กราฟที่ซับซ้อนจนเกินไป เชน แสดงข้อมูลมากเกินไป หรือใช้กราฟที่ต้องตีความหลายชั้น


2. การสร้าง Visualizations ด้วย Tableau

การสร้าง Visualizations ด้วย Tableau 3 ขั้นตอน คือ

(1) การ Import Data

การ Import Data เป็นการนำไฟล์ เช่น .CSV หรือเชื่อมฐานข้อมูล โดยมีการปรับประเภทของข้อมูลให้ตรงกับประเภทของข้อมูลที่จะนำไปวิเคราะห์ และทำการสร้างความสัมพันธ์ให้กับตารางในกรณีที่มีตารางมากกว่า 1 ตาราง ดังภาพตัวอย่างการนำข้อมูล CSV เข้าสู่ Tableau

  • Create Visuals

ใช้โปรแกรม Tableau ทั้งแบบ Tableau Desktop หรือ Tableau Server/Online โดยทำการเลือกตัวแปร (คอลัมน์) มาใส่แกน หรือลาก จุดข้อมูลไปใส่กราฟ  ปรับฟังก์ชันคํานวณตัวเลขให้เหมาะสม เช่น AVG (Score) ใส่สี (Color) ค่าข้อมูล (Label) ฯลฯ ให้เหมาะสม ใส่ Filter กรองค่าข้อมูลหากจําเป็น เช่น กรองเอาเฉพาะปี 2016 ดังภาพตัวอย่างการสร้างแผนภาพแสดงค่าเฉลี่ย Happiness scores ของแต่ละประเทศช่วงปี 2015-2017 บนแผนที่โลก

Good VS. Bad Visualizaton 

Good มีการแสดงสีที่เห็นชัด สีเขียว แสดงความปลอดภัย สีแดง แสดงความอันตราย มีการแสดงความเข้มของสีเขียวที่แทนปริมาณที่มากกว่า แทนปริมาณที่น้อยกว่าด้วยเขียวอ่อน แต่ต้องระวังกรณีคนตาบอดสี

Bad การใช้สีเดียว จะทำให้แยกระหว่างค่าต่ำ ค่าสูงได้ลำบาก

Good เลือกแสดง Label เฉพาะค่าที่ต้องการเน้นจริงๆ (ในที่นี้ก็คือ Happiness scores) และอาจแสดงค่าอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติมในตาราง และเพิ่ม Filter เพื่อให้ผู้ใช้ Dashboard สามารถเลือกดูเฉพาะบางประเทศที่ตนเองสนใจได้เอง

Bad มีการแสดงข้อมูลมาก และซ้อนทับกันทำให้อ่านได้ยาก

3) Create a Dashboard

คือการนําเอา Visuals ต่าง ๆ มาแสดงอยู่บนหน้าเดียวกัน พร้อมมี Filters ให้ผู้ใช้ปรับค่าได้

Tableau Dashboard: Layout

     การวาง Layout ควรคำนึงถึงความสมดุลและใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ Visuals ต่างๆ เข้ากันได้ดี (Cohesive) ซึ่งใน Tableau มี Layout ให้เลือก 2 แบบคือ แบบ Tiled Layout (Single Layer) และแบบ Floating Layout (Multiple Layers) ดังภาพ


3. Tips for Creating a Slideshow

เคล็ดลับในการนำเสนอให้ดังดูด และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

  1. ใช้ธีม (Themes) เพื่อควบคุมสี แบบกับขนาดฟอนต์และตำแหน่งของข้อความกับรูปภาพให้มีความสม่ำเสมอ (Consistent)
  2. ควรใส่วันเวลาที่สร้าง Presentation ไว้ด้านหน้าด้วย โดยเฉพาะถ้าข้อมูลที่จะนำเสนออาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
  3. ในแต่ละหน้าควรมีตัวหนังสือไม่เกิน 5 บรรทัดและไม่เกิน 25 คำ และตัวหนังสือไม่ซ้ำกับสิ่งที่พูดแบบทุกตัวอักษร
  4. เลี่ยงคำสแลง (Slangs) คำย่อ (Abbreviations) หรือคำศัพท์เฉพาะทางที่ผู้ฟังของเราอาจไม่รู้มาก่อ
  5. การใส่ Visuals ในสไลด์ทำได้ 3 แบบคือ
  6. คัดลอก-วาง (Copy-Paste) ข้อดีคือสะดวกและแก้ไขเพิ่มเติมได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ ถ้าข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คัดลอกมาวางจะไม่ได้เปลี่ยนตามด้วย ต้องคัดลอกของใหม่มาวางใหม่อีกที
  7. เชื่อม (Link) ไปยัง Visual ต้นฉบับผ่านลิงค์ (URL) จะช่วยทำให้ Visual ของเราปรับตามตัวต้นฉบับโดยอัตโนมัติ กรณีต้นฉบับมีการเปลี่ยนแปลง
  8. ฝัง (Embed) ก็คือเอาไฟล์ต้นฉบับมาฝังไว้ในสไลด์ของเราเลย แต่ระวังว่าไฟล์ที่นำมา Embed ถูก Copy มาจากต้นฉบับอีกทีแปลว่าถ้าต้นฉบับด้ังเดิมมีการเปลี่ยนแปลง ตัวที่เอามา Embed จะไม่ได้ปรับตาม