การนำเสนอข้อมูลผ่านแผนภาพ (Visualization)
เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องนำข้อมูลไปนำเสนอเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจได้ง่าย หนึ่งวิธีในการนำเสนอให้ได้ผลคือ การนำเสนอในลักษณะของ Visualization คือกราฟหรือแผนภาพต่าง ๆ เพื่อแทนข้อมูลที่เข้าใจง่ายและสื่อความหมายได้รวดเร็วมากขึ้น โดยมีหัวข้อดังต่อไปนี้
- หลักการในการ Visualizing Data
- การสร้าง Visualizations ด้วย Tableau
- Tips for Creating a Slideshow
- หลักการในการ Visualizing Data
แนวคิดของ McCandless (The McCandless Method) มี 4 องค์ประกอบในการสร้าง Visualization ที่มีประสิทธิผล (Effective) คือ
- Information (data) คือ ข้อมูลที่เราต้องการจะสื่อสารไปยังผู้รับสาร
- Story (concept) คือ เรื่องราวที่ช่วยเพิ่มความหมายและความน่าสนใจให้กับข้อมูลที่จะสื่อสาร
- Goal (function) คือ เป้าหมายที่ผู้รับสารควรได้รับแง่คิดที่สามารถนําไปใช้ได้ (Actionable insights)
- Visual form (metaphor) คือ การใช้รูปร่างแบบต่าง ๆ แทนข้อมูลดิบทําให้ Visualization ของเรามีโครงสร้างและมีความสวยงาม
หลักการเลือกรูปภาพไปนำเสนอข้อมูลให้ตรงตามวัตถุประสงค์ (Choosing the Right Data Visualization)
โดยสามารถนำเสนอในลักษณะของกราฟประเภทต่าง ๆ ดังนี้
- Line จะเหมาะสำหรับการดูแนวโน้ม (Trend) รูปแบบ (Pattern) การกลับมาซ้ำ หรือ การเปลี่ยนแปลง (Chenge) ตามเวลา

- Column เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบของปริมาณที่สนใจ (Compare and Contrast using size)

- Pie เหมาะสำหรับการดูสัดส่วนแบ่งตามกลุ่ม (Proportions)

- Scatter เหมาะสำหรับการดูความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ปริมาณ (Relationships between variables)

- Map เหมาะสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลแบ่งตามตำแหน่งที่อยู่ (Locations)

- Histogram เหมาะสำหรับการดูการกระจายตัวของค่าข้อมูล (Distribution)

5 องค์ประกอบทางศิลป์ที่ช่วยในการวิเคราะห์ออกแบบ Visualization ได้
- Lines เส้นช่วยสร้าง Structure ให้ Visualization
- Shapes รูปทรงช่วยเพิ่มความแตกต่าง (Contrast) ให้กับข้อมูล เช่น รูปทรงที่เป็นรูปร่างประเทศ จะช่วยให้แยกแยะประเทศได้ หรือ Pie chart ช่วยทำให้เห็นความแตกต่างของแต่ละชิ้นของ Pie ว่ามีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่

- Colors ใช้สีช่วยอธิบายข้อมูล (เช่น เขียว = บวก, แดง = ลบ) ใช้ความเข้มช่วยเน้นข้อมูล (เช่น เด่น = สด, ไม่เด่น = หม่น)
- Space ใช้พื้นที่ว่างช่วยนำทางสายตาที่ไปยังสิ่งที่ควรจะเด่นหรือช่วยจัดกลุ่ม
- Movements ใช้ความเคลื่อนไหวให้เห็นวัฒนาการ เช่น

3 องค์ประกอบของการออกแบบ Visualization ให้มีประสิทธิ์ผล
- Clear meaning คือ Visualization ที่เราสร้างต้องสามารถสื่อสารแง่คิดหรือความเข้าใจ (Insight) ที่เราต้องการสื่อได้
- Sophisticated use of contrast คือการใช้ความแตกต่าง (Contrast) ในการทําให้สิ่งที่สําคัญเด่นขึ้นมา โดยใช้ประโยชน์จากบริบทภาพ (Visual context) ที่สมองมนุษย์คุ้นเคย เช่น เขียวคือบวก แดงคือลบ
- Refined execution คือการใส่ใจรายละเอียด (Deep attention to detail) เมื่อใช้ 5 องค์ประกอบศิลป์ (Lines, shapes, colors, spaces, and movements) ในการออกแบบ Visualization
กระบวนการ Design Thinking For Data Visualization
เราสามารถใช้กระบวนการ Design Thinking ในการช่วยออกแบบ Visualization โดยยึดผู้ใช้หรือผู้รับสารเป็นศูนย์กลาง (User-centric) ซึ่งมี 5 ขั้นตอนดังนี้
- Empathize คือ การเข้าถึงความต้องการผู้ใช้ โดยการพิจารณาอารมณ์ (Emotions) และความต้องการ (Needs) ของ กลุ่มเป้าหมายที่เราจะสร้าง Visualization ให้เขาดู เช่นใช้สีที่คนตาบอดสีดูได้
- Define คือ การระบุสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ โดยการกําหนดให้ชัดว่ากลุ่ม เป้าหมายต้องการอะไรจากข้อมูลที่เราจะนําเสนอ
- Ideate คือการผลิตไอเดีย โดยการระดมสมอง (Brainstorm)ในการผลิตไอเดียการสร้าง Visualizations ที่หลากหลายและผลิตไอเดียให้มาก
- Prototype คือการสร้างแบบจําลอง โดยเลือกบางไอเดียที่คิดว่า ตอบโจทย์มาสร้าง Visualizations ฉบับร่างเพื่อนําไปทดสอบกับผู้ใช้
- Test คือการทดสอบก่อนใช้จริง โดยนํา Prototype ไปทดสอบกับผู้ใช้เพื่อ เก็บ Feedback มาปรับปรุง แก้ไขก่อนนําไปใช้จริง
อธิบายกราฟด้วย Headlines, Subtilels, Labels และ Annotaions
- Headline เพื่อดึงดูดความสนใจ (Grab attentionX
- Subtile เพื่ออธิบาย (Describe) เพิ่มเติม และให้บริบท (Context)
- Labels เพื่อระบุตัวแปรแกน X และ แกน Y ให้ชัดเจน รวมถึงแยกแยะข้อมูลอื่นๆ ที่นำมาวาดกราฟ ซึ่งจะทำให้อ่านกราฟได้สะดวกกว่าการใช้ Legend ที่เป็นกล่องแยกออกมาต่างหาก
- Annotations เพื่ออธิบายเพิ่มเติมหรือเน้นข้อมูลสำคัญ

5 วิธีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงกราฟ หรือแผนภาพที่สร้างขึ้น
- Labeling คือการใช้ Labels แทน Legends
- Text alternatives คือการใช้ข้อความอธิบายบริบทเดิมที่ไม่ได้เป็นข้อความ เช่น เพิ่ม Annotation ที่อธิบายวิธีการอ่านกราฟในสว่นที่คนนอกวงการอาจไม่เคยเจอมาก่อน
- Text-based format คือการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของข้อความหรือบทความเพิ่มจากการแสดงกราฟ
- Distinguishing คือการเพิ่มความแตกต่าง (Contrast) ระหว่างพื้นหน้า (Foreground) กับพื้นหลัง (Background) ด้วยสีหรือด้วยลวดลาย เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตา เช่น ตาบอดสี ได้เข้าถึง
- Simplify คือการหลีกเลี่ยงการใช้กราฟที่ซับซ้อนจนเกินไป เชน แสดงข้อมูลมากเกินไป หรือใช้กราฟที่ต้องตีความหลายชั้น
2. การสร้าง Visualizations ด้วย Tableau
การสร้าง Visualizations ด้วย Tableau 3 ขั้นตอน คือ
(1) การ Import Data
การ Import Data เป็นการนำไฟล์ เช่น .CSV หรือเชื่อมฐานข้อมูล โดยมีการปรับประเภทของข้อมูลให้ตรงกับประเภทของข้อมูลที่จะนำไปวิเคราะห์ และทำการสร้างความสัมพันธ์ให้กับตารางในกรณีที่มีตารางมากกว่า 1 ตาราง ดังภาพตัวอย่างการนำข้อมูล CSV เข้าสู่ Tableau

- Create Visuals
ใช้โปรแกรม Tableau ทั้งแบบ Tableau Desktop หรือ Tableau Server/Online โดยทำการเลือกตัวแปร (คอลัมน์) มาใส่แกน หรือลาก จุดข้อมูลไปใส่กราฟ ปรับฟังก์ชันคํานวณตัวเลขให้เหมาะสม เช่น AVG (Score) ใส่สี (Color) ค่าข้อมูล (Label) ฯลฯ ให้เหมาะสม ใส่ Filter กรองค่าข้อมูลหากจําเป็น เช่น กรองเอาเฉพาะปี 2016 ดังภาพตัวอย่างการสร้างแผนภาพแสดงค่าเฉลี่ย Happiness scores ของแต่ละประเทศช่วงปี 2015-2017 บนแผนที่โลก


Good VS. Bad Visualizaton

Good มีการแสดงสีที่เห็นชัด สีเขียว แสดงความปลอดภัย สีแดง แสดงความอันตราย มีการแสดงความเข้มของสีเขียวที่แทนปริมาณที่มากกว่า แทนปริมาณที่น้อยกว่าด้วยเขียวอ่อน แต่ต้องระวังกรณีคนตาบอดสี
Bad การใช้สีเดียว จะทำให้แยกระหว่างค่าต่ำ ค่าสูงได้ลำบาก

Good เลือกแสดง Label เฉพาะค่าที่ต้องการเน้นจริงๆ (ในที่นี้ก็คือ Happiness scores) และอาจแสดงค่าอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติมในตาราง และเพิ่ม Filter เพื่อให้ผู้ใช้ Dashboard สามารถเลือกดูเฉพาะบางประเทศที่ตนเองสนใจได้เอง
Bad มีการแสดงข้อมูลมาก และซ้อนทับกันทำให้อ่านได้ยาก
3) Create a Dashboard
คือการนําเอา Visuals ต่าง ๆ มาแสดงอยู่บนหน้าเดียวกัน พร้อมมี Filters ให้ผู้ใช้ปรับค่าได้

Tableau Dashboard: Layout
การวาง Layout ควรคำนึงถึงความสมดุลและใช้พื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อให้ Visuals ต่างๆ เข้ากันได้ดี (Cohesive) ซึ่งใน Tableau มี Layout ให้เลือก 2 แบบคือ แบบ Tiled Layout (Single Layer) และแบบ Floating Layout (Multiple Layers) ดังภาพ

3. Tips for Creating a Slideshow
เคล็ดลับในการนำเสนอให้ดังดูด และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
- ใช้ธีม (Themes) เพื่อควบคุมสี แบบกับขนาดฟอนต์และตำแหน่งของข้อความกับรูปภาพให้มีความสม่ำเสมอ (Consistent)
- ควรใส่วันเวลาที่สร้าง Presentation ไว้ด้านหน้าด้วย โดยเฉพาะถ้าข้อมูลที่จะนำเสนออาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
- ในแต่ละหน้าควรมีตัวหนังสือไม่เกิน 5 บรรทัดและไม่เกิน 25 คำ และตัวหนังสือไม่ซ้ำกับสิ่งที่พูดแบบทุกตัวอักษร
- เลี่ยงคำสแลง (Slangs) คำย่อ (Abbreviations) หรือคำศัพท์เฉพาะทางที่ผู้ฟังของเราอาจไม่รู้มาก่อ
- การใส่ Visuals ในสไลด์ทำได้ 3 แบบคือ
- คัดลอก-วาง (Copy-Paste) ข้อดีคือสะดวกและแก้ไขเพิ่มเติมได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ ถ้าข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่คัดลอกมาวางจะไม่ได้เปลี่ยนตามด้วย ต้องคัดลอกของใหม่มาวางใหม่อีกที
- เชื่อม (Link) ไปยัง Visual ต้นฉบับผ่านลิงค์ (URL) จะช่วยทำให้ Visual ของเราปรับตามตัวต้นฉบับโดยอัตโนมัติ กรณีต้นฉบับมีการเปลี่ยนแปลง
- ฝัง (Embed) ก็คือเอาไฟล์ต้นฉบับมาฝังไว้ในสไลด์ของเราเลย แต่ระวังว่าไฟล์ที่นำมา Embed ถูก Copy มาจากต้นฉบับอีกทีแปลว่าถ้าต้นฉบับด้ังเดิมมีการเปลี่ยนแปลง ตัวที่เอามา Embed จะไม่ได้ปรับตาม
