Back

การทำงานเชิงวิเคราะห์

ทำไมต้องทำงานเชิงวิเคราะห์

          ช่วยการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลจริง เช่น

  • บริหารจัดการทรัพยากรและค่าใช้จ่าย
  • ประเมินประสิทธิภาพของการทำงาน
  • คาดการณ์สถานการณ์ หรือความเสี่ยง
  • สร้างโอกาส เพิ่มเกราะป้องกัน
  • ปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง

การวัดประสิทธิภาพ  ได้งานแล้ว คุณภาพดีกว่า ต้นทุนน้อยกว่า เวลาน้อยกว่า คนน้อยกว่า

การทำงานเชิงวิเคราะห์

          การมีตำแหน่งที่สูงขึ้นจากปฏิบัติการ ต้องมีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ และอยู่ในแผนปฏิบัติการ มีตัววัดที่ชัดเจน

งานวิเคราะห์ /งานสังเคราะห์

งานวิเคราะห์

ผลงานที่แสดงการแยกแยะ องค์ประกอบต่าง ๆ ของเรื่องอย่างมีระบบ มีการศึกษาในแต่ละองค์ประกอบและความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนั้น ๆ

ตัวอย่างการวิเคราะห์ งานแผน  เช่น

  • การวิเคราะห์งบประมาณ ที่ประกอบด้วยรายได้ ค่าใช้จ่าย พอ/ไม่พอ
  • รายได้ รพ. มาจากสิทธิ์ไหนบ้าง มีผลการวิเคราะห์ เช่น คนที่มาใช้ส่วนใหญ่เป็นคนที่จ่ายเงินเอง และราชการ  ซึ่งต้องจัดสิทธิพิเศษกับลูกค้ากลุ่มนี้
  • การวิเคราะห์ความเสี่ยง เช่น
    • วิเคราะห์ความเสี่ยง เรื่องเงินรัฐบาลไม่ส่งเงินมา มีการนำไปปรับค่าธรรมเนียม ซึ่งคณะแพทย์ มหาวิทยาลัยบูรพาจะสูงเป็นอันดับ 1 ของรัฐบาล
    • ส่งผลให้เกิดกระบวนการจัดหาทุน ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองถึงความจำเป็น และสิ่งที่จะได้รับ ทำให้การสละสิทธิ์น้อยมาก

ตัวอย่างการวิเคราะห์ที่นำไปสู่การสร้างโอกาส

  • โรงพยาบาลมีความต้องการเปิดศูนย์หัวใจ สร้างโอกาสเนื่องจากพบว่า มีผู้ป่วยโรคหัวใจมาก เป็นแล้วมีอัตราการตายสูง ทำให้ต้องการให้บริการด้านนี้ แต่คณะฯ ไม่มีบุคลากรทางด้านนี้เลย
  • จึงเกิดประกาศ โครงการต่าง ๆ ที่สนับสนุนบุคลากรด้านเฉพาะทางหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล
  • เทียบกับคู่เทียบ คู่แข่ง ว่าเค้าทำอย่างไร พบว่ามีการเรียนในหลักสูตรระยะสั้น มากขึ้น

การวิเคราะห์ข้อมูลมีองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์ที่สำคัญ 3 ประการ คือ

  1. ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์
  2. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ และ
  3. หลัก หรือ ตรรกวิทยาของการวิเคราะห์

“งานวิเคราะห์ไม่ต้องมีสมมุติฐาน สถิติขั้นพื้นฐาน ไม่ซับซ้อนเท่ากันวิจัย”

งานสังเคราะห์

ผลงานที่รวบรวมเนื้อหาสาระต่าง ๆ หรือองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการสร้างรูปแบบหรือโครงสร้างเบื้องต้น เพื่อให้เกิดแนวทางหรือเทคนิควิธีการใหม่ ๆ ในเรื่องนั้น ๆ 

ตัวอย่างงานสังเคราะห์ : การจัดการเรียนการสอนแบบ active learning ต้องรู้ว่ามีอะไรบ้าง และทำการรวบรวมมาจัดทำรายวิชา

รูปแบบของงานวิเคราะห์/สังเคราะห์

  • เขียนในลักษณะที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้
  • มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ วิจารณ์ โดยวิธีการทางสถิติ
  • ยกตัวอย่างในลักษณะ กรณีศึกษาและเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ปฏิบัติจริงมาแล้ว
  • เรียบเรียงให้เป็นแนวคิดของตนเอง หรือนำความคิดเห็นจากผู้มีประสบการณ์หรือจากประสบการณ์ที่เคยปฏิบัติมาอ้างอิงสนับสนุนแนวคิดนั้น ๆ

การเผยแพร่

  • เผยแพร่หลังจากที่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ประเมินคุณภาพแล้ว
  • เผยแพร่ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่เสนอขอ
  • การตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่ได้มาตรฐานตามที่มหาวิทยาลัยกำหนด

การทำงานเชิงวิเคราะห์ มีวิธีดำเนินการอย่างไร

          โครงสร้างของผลงานวิชาการในลักษณะของงานวิเคราะห์ จะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับงานวิจัย ประกอบด้วย 5 บท  คือ

  1. บทที่ 1 บทนำ
    1. ความเป็นมาและเหตุผลความจำเป็นของการวิเคราะห์
    1. วัตถุประสงค์ในการวิเคราะห์
    1. ขอบเขตของการวิเคราะห์
    1. ประโยชน์การวิเคราะห์ต่อการพัฒนางานในหน้าที่
    1. นิยามศัพท์เฉพาะ
  2. บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎีและงานวิเคราะห์/

วิจัยที่เกี่ยวข้อง

  • บทที่ 3 วิธีการวิเคราะห์
  • ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง หรือแหล่งข้อมูล
  • เครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์
  • การเก็บรวบรวมข้อมูล
  • สถิติที่ใช้ใ้นการวิเคราะห์
  • วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและการนำเสนอ
  • บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์
  • บทที่ 5 สรุปผลและข้อเสนอแนะ
  • บรรณานุกรม
  • ภาคผนวก

สายสนับสนุนวิชาการจะวิเคราะห์อะไรได้บ้าง?

การวิเคราะห์งาน (Job Analysis)

หมายถึง กระบวนการในการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงาน หน้าที่ความรับผิดชอบงาน  ชนิดของบุคคล  ความรู้ ความสามารถ และทักษะที่ต้องการสำหรับงาน เพื่อให้การปฏิบัติงานนั้น ๆ ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมาย

การวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Analysis)

หลักเกณฑ์ วิธีการเงื่อนไข แบบฟอร์ม พระราชกฤษฎีกา พระราชบัญญัติ กฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หนังสือเวียน มติที่ประชุม คำสั่ง ระบบไอที ฯลฯ

จุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์

  • วิเคราะห์เพื่อศึกษาหาความจริง
  • วิเคราะห์เพื่อตรวจสอบ แยกแยะองค์ประกอบให้ชัดเจน
  • วิเคราะห์เพื่อหาข้อสรุป ประเมินและตัดสินใจ
  • วิเคราะห์เพื่อหาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล
  • วิเคราะห์เพื่อตีความและทำความเข้าใจ
  • วิคราะห์เพื่อปรับปรุงงาน
  • วิเคราะห์เพื่อพัฒนาผู้ปฏิบัติงาน
  • วิเคราะห์เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงาน
  • วิเคราะห์เพื่อขจัดความสูญเสียในการปฏิบัติงาน
  • วิเคราะห์เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการปฏิบัติงาน 
  • วิเคราะห์เพื่อประเมินค่างาน
  • วิเคราะห์เพื่อการวางแผนกำลังคน

ขั้นตอนในการวิเคราะห์ มี 2 แบบได้แก่

     แบบ 7 ขั้นตอน (เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์)

  1. กำหนดเรื่องหรือหัวข้อที่จะทำการวิเคราะห์
  2. กำหนดวัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์
  3. กำหนดขอบเขตของการวิเคราะห์
  4. รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา คัดเลือกเอาเอกสารที่เชื่อถือได้ ที่มีความสมบูรณ์
  5. ศึกษา/วิเคราะห์ ตามหลักเกณฑ์ แนวคิด ทฤษฎีเทคนิคของการวิเคราะห์
  6. สรุปผลการศึกษา
  7. เขียนรายงานการวิเคราะห์

          แบบ 5 ขั้นตอน (รศ.ดร.สมบรูณ์  ศิริสรรหิรัญและคณะ)

  1. กำหนดความมุ่งหมายของการวิเคราะห์งาน
  2. ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานนั้น ๆ
  3. เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
  4. ตรวจสอบข้อมูล
  5. วิเคราะห์ข้อมูล

แนวทางการทำงานเชิงวิเคราะห์

เครื่องมือในการวิเคราะห์งาน

  • Balanced Scorecard (BSC)
  • PEST Analysis
  • Problem tree
  • Mckinsey 7S Model of Change Management Model
  • 5W1H
  • SWOT
  • LEAN
  • Porter’s Five Forces
  • Fishbone
  • Flowcharts
  • The 7 QC Tools (Pareto diagram, Fishbone Diagram, Checklist, Flowcharts, Histogram, Control Chart, Scatter Diagram)

ขั้นตอนในการวิเคราะห์ที่ 1-2

จาก 7 ขั้นตอน (เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์)   

1. กำหนดเรื่องหรือหัวข้อที่จะทำการวิเคราะห์

2. กำหนดวัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมายของการวิเคราะห์

          เครื่องมือที่ใช้ เช่น PEST Analysis ซึ่ง P: Policy, E: Economic, S: Social และ T: Technology  เช่น อยากรู้ว่าถ้าจะพัฒนาองค์กรเป็น Digital Organization ต้องทำอย่างไร หรือ อยากรู้ว่าแผนกใดในองค์กรที่มีความพร้อมในการเปลี่ยนแปลงและมีศักยภาพเรื่อง Digital Transformation

เทคนิคการกำหนดหัวข้อ

  • ตรงตามวัตถุประสงค์และเนื้อหาที่จะศึกษาวิเคราะห์
  • เขียนเป็นประโยคบอกเล่าให้ครอบคลุมประเด็นที่ศึกษาวิเคราะห์ หรือประเด็นที่อยากรู้
  • สะท้อนขอบเขตการศึกษา ไม่กว้างหรือแคบเกินขอบเขตการศึกษาวิเคราะห์
  • กระชับ ชัดเจน และไม่ใช้คำซ้ำซ้อนหรือฟุ่มเฟือย

ตัวอย่างเรื่อง การวิเคราะห์การเป็นห้องสมุดดิจิตัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรังและมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ

วัตถุประสงค์

  • เพื่อวิเคราะห์การเป็นห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตตรัง ตามมาตรวัด Digiqua
  • เพื่อวิเคราะห์การเป็นห้องสมุดดิจิทัล ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย ตามมาตรวัด Digiqual
  • เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาห้องสมุดดิจิทัลของห้องสมุดมหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์วิทยาเขตตรัง

ตัวอย่างการกำหนดหัวข้อที่เกี่ยวกับ IT

  • การวิเคราะห์เกณฑ์มาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ Digital Health Care ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา
  • การวิเคราะห์ระบบการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบคลังข้อมูลกับระบบสารสนเทศอื่นภายใน   มหาวิทยาลัย BBBBB
  • การวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศเพื่อออกแบบ Dashboard ด้วย Power BI  คณะ XXXXXXX มหาวิทยาลัย BBBBB

ขั้นตอนในการวิเคราะห์ที่ 3 กำหนดขอบเขตของการวิเคราะห์ 

จาก 7 ขั้นตอน (เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์)  

ขอบเขตของเนื้อหา

  • เป็นการศึกษาสภาพปัญหาและอุปสรรควนการจัดการความรู้
  • แนวทางการจัดการความรู้ ใช้แนวความคิดของการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ The five disciplines ของ Peter M. Senge’s ซึ่งประกอบด้วย 1. ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษของบุคคล(Personal Mastery) 2. แบบแผนทางจิตใจที่มองโลกตามความเป็นจริง (Mental Model)       3. การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน (Shared Vision) 4. การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม (Team Learning)      5.การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking)

ขอบเขตของประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

  • ประชากร หมายถึง XXXXXXX
  • ตัวอย่าง XXXXXXXXXX

ขอบเขตพื้นที่ในการวิเคราะห์

เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลในคณะ XXXXXXX มหาวิทยาลัย BBBBB

ขอบเขตของระยะเวลาในการวิเคราะห์

            ระยะเวลา เดือน  ปี

ขั้นตอนที่ 4-7 การทำงานเชิงวิเคราะห์

จาก 7 ขั้นตอน (เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์)  

   4. รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ศึกษา คัดเลือกเอาเอกสารที่เชื่อถือได้ ที่มีความสมบูรณ์

   5. ศึกษา/วิเคราะห์ ตามหลักเกณฑ์ แนวคิด ทฤษฎีเทคนิคของการวิเคราะห์

   6. สรุปผลการศึกษา

   7. เขียนรายงานการวิเคราะห์