Back

การจัดทำหลักสูตรอบรมด้านดิจิทัลเพื่อขอรับการรับรองหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐอย่างมีมาตรฐาน

          ฝ่ายบริการวิชาการได้หารือร่วมกันและเห็นว่าการยื่นขอรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของหน่วยงานภาครัฐ จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดหลักสูตรบริการทางวิชาการแก่สังคม ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นข้าราชการหรือบุคลากรภาครัฐ จึงได้ศึกษาข้อมูล ส่งบุคลากรเข้าร่วมการอบรม และถอดความรู้ในการจัดทำหลักสูตรอบรมด้านดิจิทัลเพื่อขอรับการรับรองหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัล (สดช.) พร้อมทั้งได้ทดลองดำเนินการจัดทำเอกสารหลักสูตรเพื่อยื่นขอรับการรับรองหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) โดยได้จัดทำสรุปองค์ความรู้และวิธีการดำเนินงาน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

๑. ความรู้ที่สำคัญในการดำเนินงาน
๑.๑ ความรู้เกี่ยวกับการยื่นขอรับรองหลักสูตร

          ในการยื่นขอรับรองหลักสูตรนั้น สามารถศึกษา รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องในการจัดทำหลักสูตรอบรมด้านดิจิทัลเพื่อขอรับการรับรองหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และเอกสารจากเว็บไซต์ https://tacc.onde.go.th และเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรผู้ยื่นขอรับรองหลักสูตรตามที่ทาง สดช. ได้จัดขึ้น โดยบุคลากรฝ่ายบริการวิชาการได้เข้าร่วมการอบรมหลักสูตรผู้ยื่นขอรับรองหลักสูตร ครั้งที่ ๑ ในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๕ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. โดยความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ที่สำคัญสำหรับการยื่นขอรับรองหลักสูตรประกอบด้วย

  • คู่มือสำหรับการยื่นขอรับรองหลักสูตรสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)
  • เอกสารทักษะที่จำเป็นสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๐ จัดทำโดย สำนักงาน ก.พ. ฉบับปรับปรุง ๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ ภายใต้แนวทางพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล (ว๖/๒๕๖๑)
  • เอกสารแบบฟอร์มในการยื่นขอรับรองหลักสูตร โดยสามารถดาวน์โหลดได้จาก เว็บไซต์ https://tacc.onde.go.th

โดยสถาบันหรือหน่วยงานที่ยื่นขอรับรองหลักสูตร จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  • เป็นสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวงศึกษาธิการ รวมไปถึงกระทรวงอื่น ๆ ที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
  • สถาบันอบรมเอกชนที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
  • หน่วยงานภาครัฐที่มีพันธกิจในการจัดอบรม หรือให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการอบรม เช่น สถาบันพัฒนาบุคลากรภาครัฐด้านดิจิทัล (Thailand Digital Government Academy หรือ TDGA) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (Office of Public sector Development commission : OPD) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Science and Technology Development Agency : NSTDA) เป็นต้น
  • สถาบันที่ได้รับความเห็นชอบโดยสถาบันหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามฎหมาย โดยให้สามารถจัดอบรมในหัวข้อเฉพาะได้

และกลุ่มผู้เรียนนั้นจะเป็นข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ซึ่งแบ่งเป็น ๖ กลุ่ม ได้แก่

  • ผู้บริหารระดับสูง
  • ผู้อำนวยการกอง
  • ผู้ทำงานด้านนโยบายและงานวิชาการ
  • ผู้ทำงานด้านบริการ
  • ผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
  • ผู้ปฏิบัติงานด้านอื่น ๆ

ซึ่งความรู้ด้านดิจิทัลที่จำเป็นสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ สามารถดูรายละเอียดได้จากเอกสารทักษะที่จำเป็นสำหรับข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล ตามมติคณะรัฐมนตรี (ว๖/๒๕๖๑)

๑.๒ ความรู้ด้านการจัดเตรียมทรัพยากรในการจัดหลักสูตรอบรม
๑.๒.๑ หลักสูตร

          หลักสูตรที่สามารถขอรับรองหลักสูตรจะต้องเป็นหลักสูตรที่ครอบคลุมทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล ตาม ว๖/๒๕๖๑ หรือ มาตรฐานอื่นที่ สดช. ให้ความเห็นชอบ และต้องมีความสอดคล้องกับแต่ละกลุ่มของบุคลากรตามเกณฑ์ที่ สดช. กำหนด โดยหลักสูตรที่สามารถขอรับรอง แบ่งได้ ๓ ประเภท คือ

  • หลักสูตรพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่สร้างความรู้ความเข้าใจระดับพื้นฐาน ซึ่งเหมาะกับองค์กรที่มีความพร้อมในระยะเริ่มแรก
  • หลักสูตรเฉพาะเรื่อง เป็นหลักสูตรที่สร้างความรู้ความเข้าใจเฉพาะเรื่อง เช่น Data Analytics, Enterprise Architecture โดยหลักสูตรเฉพาะเรื่องนี้อาจจะเป็นหลักสูตรระยะสั้นที่ทำให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถอบรมได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว (วัน หรือ สัปดาห์) เพื่อให้สามารถนำความรู้ ความสามารถและทักษะที่ได้ไปใช้ในงานได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ
  • หลักสูตรด้านดิจิทัลอื่น ๆ เป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นสูงในเนื้อหา หรือเป็นหลักสูตรที่มุ่งเน้นทักษะด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น หลักสูตรนักบริหารระดับสูงด้านดิจิทัล หลักสูตรนักบริหารระดับกลาง

          ซึ่งในการเสนอหลักสูตรนั้น หากจัดทำหลักสูตรเฉพาะเรื่องหรือหลักสูตรด้านดิจิทัลอื่น ๆ จะได้รับการพิจารณารับรองได้ดีกว่า และสามารถดำเนินการในรูปแบบของหลักสูตรที่ได้รับการยกเว้นการจัดอบรมก่อนหน้า หรือกล่าวคือได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีการทดลองสอนมาก่อนได้

          โดยในการจัดทำหลักสูตรเพื่อเสนอนั้น จะต้องเข้าใจเกณฑ์ “ทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล” (ว๖/๒๕๖๑) และจะต้องกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม ONDE-CU-001 แบบนำเสนอหลักสูตรเพื่อขอรับรองหลักสูตร ซึ่งจะต้องระบุข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบหลักสูตรที่สำคัญดังต่อไปนี้ให้ครบถ้วน

ด้านโครงสร้างและเนื้อหาของหลักสูตร

          ๑.๑ มีการกำหนดวัตถุประสงค์ของหลักสูตรอบรมที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมทราบถึงวัตถุประสงค์ และเป้าหมายของหลักสูตรว่าต้องการพัฒนาผู้เรียนให้ได้ผลลัพธ์อะไร
          ๑.๒ มีการกำหนดด้านผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง การกำหนดคุณภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้นแก่ผู้เข้ารับการอบรม ทั้งนี้จะต้องมีความชัดเจน เป็นผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับกรอบทักษะ ว๖
          ๑.๓ มีการกำหนดรายละเอียดหลักสูตร/รายวิชา ที่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องของการเรียนการสอน ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน รวมถึงกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอบรม
          ๑.๔ มีการกำหนดเนื้อหาหรือหลักสูตรหรือรายวิชา ให้มีความชัดเจนสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
          ๑.๕ มีการอธิบายการปรับปรุงคุณภาพหลักสูตร การปรับปรุงเนื้อหา โครงสร้าง และกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสม ทันสมัย สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน
          ๑.๖ มีการกำหนดวิธีการจัดการเรียนการสอนที่ชัดเจนของหลักสูตร อธิบายกระบวนวิธีในการจัดการอบรม การสอน กิจกรรมที่ใช้
          ๑.๗ ระบุแนวทางหรือแผนการประเมินระดับความสามารถของผู้เรียนที่เหมาะสม และสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้
          ๑.๘ ระบุขั้นตอน/กระบวนการ/วิธีการ รับความคิดเห็น/ผลป้อนกลับจากผู้เข้ารับการอบรม หรือการสำรวจความพึงพอใจ
          ๑.๙ การนำข้อมูลป้อนกลับมาปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร และการจัดการการอบรม

          โดยในการกรอกข้อมูลหลักสูตรในแบบฟอร์ม ONDE-CU-001 จะต้องระบุข้อมูลผู้ออกแบบและจัดทำหลักสูตรซึ่งควรเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับหลักสูตรที่จะยื่นขอรับรอง เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น นอกจากนี้จากการที่ฝ่ายบริการวิชาการได้ทดลองเขียนข้อมูลและส่งหลักสูตรเพื่อขอการรับรองนั้นพบว่าการเขียนข้อมูลหลักสูตรในแบบฟอร์ม ONDE-CU-001 และเอกสาร ONDE-CU-002 แบบประเมินคุณลักษณะของหลักสูตรและการจัดอบรม จะต้องมีการเขียนรายละเอียดและวิธีการจัดการอบรม การประเมินผล การอ้างอิงให้เห็นหลักฐานประกอบที่ชัดเจนเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาหลักสูตร

๑.๒.๒ วิทยากรและผู้ช่วยวิทยากร

          วิทยากรและผู้ช่วยวิทยากรในหลักสูตรที่ยื่นขอรับรองนั้น จะต้องมีคุณสมบัติด้านประสบการณ์ หรือการศึกษาด้านต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับเนื้อหา หรือหัวข้อที่ทำการอบรม โดยการในการยื่นขอรับรองหลักสูตรนั้น ควรจะต้องแนบเอกสารประกอบเพื่อแสดงความรู้ ความเชี่ยวชาญของวิทยากรประจำหลักสูตร ได้แก่

  • คุณวุฒิการศึกษา อายุงาน วิชาที่รับผิดชอบหรือสอน certificate ต่าง ๆ หากเป็นไปได้แนบเป็นเอกสารหรือ Resume เพื่อให้กรรมการเห็นข้อมูลชัดเจน
  • สัดส่วนของผู้สอน/ผู้ช่วยสอนต่อผู้เรียน
  • ผลการประเมินการสอนของผู้สอน/ผู้ช่วยสอนจากผู้เรียน

๑.๒.๓ สิ่งอำนวยความสะดวกของหลักสูตร

          ในการดำเนินการจัดอบรมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ โดยสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่ต้องมีได้แก่

  • ห้องปฏิบัติการและเครื่องคอมพิวเตอร์
  • อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์
  • ระบบเครือข่าย
  • เอกสารประกอบการอบรม
  • ระบบสารสนเทศในการลงทะเบียนอบรม/การยกเลิกการลงทะเบียน
  • การชำระค่าลงทะเบียน
  • ระบบสนับสนุนอื่น ๆ ได้แก่ ระบบสำรองไฟฟ้า, แผนสำหรับเหตุฉุกเฉิน เช่น การเปลี่ยนรูปแบบเป็นการอบรมออนไลน์แบบรีโมตหน้าจอ (AnyDesk), ระบบจัดการความเสี่ยง, กระบวนการจัดโครงการอบรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001:2015

          โดยต้องเขียนคำอธิบายและแนบรูปภาพประกอบให้คณะกรรมการเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดยฝ่ายบริการวิชาการได้ใช้รูปภาพห้องปฏิบัติการและรายละเอียดอุปกรณ์ และซอฟต์แวร์ที่ให้บริการของเครื่องในแบบฟอร์มการให้บริการห้อง (แบบฟอร์ม CC-QF-05-043) เพื่อแนบประกอบเป็นหลักฐานให้คณะกรรมการเห็น

๒. ขั้นตอนการยื่นขอรับรองหลักสูตร

          ขั้นตอนการเตรียมการเพื่อยื่นเอกสารขอรับการรับรองหลักสูตรจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) จะมีขั้นตอนและระยะเวลาตามแผนผังดังรูป

ที่มา : https://tacc.onde.go.th/submit-description

จากรูปจะแสดงขั้นตอนที่สำคัญ ๕ ขั้นตอน ดังนี้

          ขั้นตอนที่ ๑ ยื่นคำขอรับการประเมินฯ สถาบันอบรมยื่นคำขอรับการประเมิน โดยมีแบบฟอร์ม หลักฐานประกอบตามที่ สดช. กำหนด พร้อมชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)

          ขั้นตอนที่ ๒ ตรวจสอบเอกสาร สดช. ดำเนินการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและหลักฐานประกอบที่สถาบันอบรมยื่นคำขอ พร้อมแจ้งค่าใช้จ่ายในการตรวจประเมิน (ถ้ามี) โดยใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารภายใน ๓-๗ วัน

          ขั้นตอนที่ ๓ ตรวจประเมิน ผู้ประเมินของ สดช. ทำการตรวจประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการการอบรม ตามแนวปฏิบัติ หลักเกณฑ์ที่ สดช. กำหนด โดย สดช. จะทำการคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความชำนาญตรงกับหลักสูตรดังกล่าว จำนวน ๒-๕ คน ขึ้นกับความซับซ้อนของหลักสูตร เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินเพื่อรับรองหลักสูตรและการจัดการการอบรม โดยใช้เวลาในการตรวจประเมินฯ ภายใน ๒๑ วัน

          ขั้นตอนที่ ๔ ประชุมสรุปผลเพื่อการตัดสิน ผลประเมินของผู้เชี่ยวชาญ จะถูกส่งให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อทำการประชุมสรุปผลเพื่อการตัดสิน โดยใช้เวลาในการจัดประชุมเพื่อสรุปผลการตัดสิน ทั้งสิ้น ๑ วัน

          ขั้นตอนที่ ๕ แจ้งผลการตัดสิน สดช. แจ้งผลการตัดสิน ให้สถาบันอบรมทราบ โดยใช้เวลาในการจัดทำหนังสือแจ้งผลการตัดสิน ภายใน ๓ วัน

          โดยการยื่นขอรับรองหลักสูตรนั้นจะต้องยื่นผ่านระบบยื่นขอรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (https://tacc.onde.go.th) โดยผู้ที่ยื่นจะต้องลงทะเบียนสมัครสมาชิกในฐานะผู้เสนอหลักสูตร เมื่อสมัครสมาชิกได้แล้วจะสามารถยื่นเอกสารเพื่อขอรับรองหลักสูตรได้

๓. เอกสารที่ต้องใช้ประกอบการยื่นขอรับรองหลักสูตร

          ๓.๑ สำเนาบัตรประชาชนของผู้ยื่นคำขอ (ผู้แทนของสถาบันอบรม)
          ในการยื่นเอกสารของสำนักคอมพิวเตอร์ต้องใช้เป็นสำเนาบัตรประชาชนของผู้อำนวยการ เพื่อยื่นขอรับรองหลักสูตร

          ๓.๒ หนังสือมอบอำนาจจากสถาบัน
          ในการยื่นเอกสารของสำนักคอมพิวเตอร์ใช้คำสั่งมหาวิทยาลัยบูรพา เรื่องการมอบอำนาจให้หัวหน้าส่วนงานปฏิบัติการแทน

          ๓.๓ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หรือสำเนาใบสำคัญของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
          ในการยื่นเอกสารของสำนักคอมพิวเตอร์ใช้เอกสารพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๕๐

          ๓.๔ แบบฟอร์ม ONDE-CU-001 แบบนำเสนอหลักสูตรเพื่อขอรับรองหลักสูตร

          ๓.๕ แบบฟอร์ม ONDE-CU-002 แบบประเมินคุณลักษณะของหลักสูตรและการจัดอบรม

          ๓.๖ แบบฟอร์ม ONDE-CU-003 แบบรายงานผลการจัดอบรม กรณีที่เคยมีการจัดอบรมหลักสูตรนั้น

          โดยเอกสารทุกหน้าที่จะใช้ในการยื่นขอรับรองนั้น จะต้องประทับตราของมหาวิทยาลัยและให้ผู้อำนวยการลงนามในเอกสารทุกหน้า ก่อนจะสแกนเพื่ออัปโหลดเข้าในระบบยื่นขอรับรองหลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ (https://tacc.onde.go.th)

๔. ทบทวนผลลัพธ์ในการจัดทำหลักสูตรเพื่อยื่นขอรับรอง
๔.๑ ปัญหาที่พบในการดำเนินงาน

          ๑. เอกสารที่เกี่ยวข้องมีค่อนข้างเยอะ และบางเอกสารมีความเกี่ยวเนื่องกันในการดำเนินการช่วงแรกที่ทดลองทำหลักสูตรเพื่อยื่นขอรับรองโดยที่ยังไม่ได้มีการอบรมการเป็นผู้ยื่นขอรับรองหลักสูตรค่อนข้างทำความเข้าใจยาก

          ๒. ไม่มีตัวอย่างของการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มที่ทาง สดช. กำหนด บางครั้งอ่านคำอธิบายแล้วไม่เข้าใจความต้องการ ทำให้กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน ซึ่งทำให้เมื่อส่งเอกสารยื่นขอรับรองไปแล้วทางเจ้าหน้าที่ของ สดช. ต้องขอเอกสารเพิ่มเติมให้ทางสำนักคอมพิวเตอร์กรอกและส่งข้อมูลไปใหม่

          ๓. ระยะเวลาในการดำเนินงานของ สดช. ใช้เวลาค่อนข้างมากในการพิจารณา ซึ่งเกินจากที่ระบุไว้ในเอกสาร เนื่องจากการยื่นเสนอหลักสูตรทำไปพร้อม ๆ กับการรับสมัครผู้เชี่ยวชาญในการตรวจประเมินหลักสูตร

 ๔.๒ ข้อเสนอแนะในการปรับปรุง

          ๑. การจัดทำหลักสูตรเพื่อยื่นขอรับรองควรเป็นกลุ่มหลักสูตรประเภทหลักสูตรเฉพาะเรื่องหรือหลักสูตรด้านดิจิทัลอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นหลักสูตรที่มีความต้องการมากกว่าและคู่แข่งน้อย

          ๒. การจัดทำหลักสูตรและเขียนรายละเอียดหลักสูตรเพื่อยื่นขอรับรองควรมีผู้จัดทำหลักสูตรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้และมีประสบการณ์ในหัวข้อหลาย ๆ คน มาร่วมกันเขียนหลักสูตร เพื่อให้หลักสูตรมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

          ๓.  การจัดทำหลักสูตรควรมีผู้ที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเกณฑ์และกรอบแนวทางการพัฒนากำลังคนของภาครัฐ รวมทั้ง “ทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อการปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล” (ว๖/๒๕๖๑)