เนื่องจากการนำระบบสารสนเทศขึ้น Azure-sv จำเป็นต้องทดสอบการอัปโหลดไฟล์ แต่อาจเกิดข้อผิดพลาดไม่สามารถอัปโหลดไฟล์ได้จากหลายสาเหตุ เช่น โฟลเดอร์อัปโหลดไม่มีอยู่บนเครื่อง Production หรือ ไม่ได้เปลี่ยนการตั้งค่า permission ให้เป็น 777 เป็นต้น ขั้นตอนการดำเนินการ เข้าเว็บ Azure-sv แล้วไปที่เมนู Pipelines -> Releases -> Edit ดังรูป 2. คลิกที่ task ใน Stage “Change permission” ดังรูป 3. เขียน Script ตรวจสอบในช่อง Inline Script ตัวอย่างเช่น ต้องการตรวจสอบว่ามีโฟลเดอร์ “upload_e-ethics/finalresearchdoc” …
ปัจจุบันงาน MA ของระบบสารสนเทศที่ผู้พัฒนาระบบหรือผู้ดูแลระบบต้องดำเนินงานมีจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องนำ MA ที่ได้รับมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา ซึ่งพบว่า MA ที่ผู้ใช้งานแจ้งเข้ามามีหลายเรื่อง ถ้าลดจำนวนเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานของผู้พัฒนาระบบโดยตรงลง เช่น การขอแก้ไขข้อมูลที่อาจทำให้ระบบเกิดความไม่สอดคล้องกับกระบวนการที่วางไว้ การแก้ไขหรือยกเลิกข้อมูลก่อนที่จะเสร็จสิ้นกระบวนการ เป็นต้น หากเจ้าของระบบหรือผู้ดูแลระบบประจำส่วนงานสามารถจัดการแก้ไขปัญหานี้ได้เอง ก็จะช่วยลดจำนวนการส่ง MA มายังผู้พัฒนาระบบได้ ทั้งนี้ผู้พัฒนาระบบต้องดำเนินการปรับปรุงโปรแกรมหลังบ้านเพื่อให้รองรับกับสิ่งที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของส่วนงานสามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม และเจ้าหน้าที่ประจำส่วนงานต้องพิจารณาว่าสามารถดำเนินการแก้ไขหรือยกเลิกข้อมูลได้หรือไม่ ส่งผลกระทบกับข้อมูลอื่นๆในระบบหรือไม่ จะเกิดการร้องเรียนปัญหาจากนิสิตตามมาในภายหลังหรือไม่ เป็นต้น แนวทางการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา เก็บรวบรวมข้อมูลการแจ้งปัญหาจากระบบ MA และนำมาวิเคราะห์หาแนวทางการแก้ปัญหา ตัวอย่างจากกราฟวงกลม ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 63 ครั้ง ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์จากการทำงานแบบเดิมโดยให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบประจำส่วนงานแจ้งมานั้น พบว่าปัญหาส่วนหนึ่งเป็นการขอแก้ไขข้อมูลที่ขัดกับกระบวนการที่วางในระบบ ควรให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของส่วนงานที่มีความรู้ความเข้าใจกับงานที่รับผิดชอบเป็นผู้แก้ไขและจัดการข้อมูล โดยระบบต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้เมื่อเกิดข้อผิดพลาด 2. จัดกลุ่มปัญหาที่มีการแจ้งเข้ามาในระบบ MA หรือปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในระบบสารสนเทศที่รับผิดชอบ …
๑. จัดทำหน้าค้นหาข้อมูลและแสดงสถานะของข้อมูลที่กำลังดำเนินการในระบบ เพื่อให้พิจารณาข้อมูลและสถานะปัจจุบันว่าสามารถดำเนินการแก้ไขหรือส่งอีเมลย้อนหลังได้หรือไม่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้ผู้พัฒนาระบบตรวจสอบในฐานข้อมูล ๒. จัดทำหน้าสำหรับแก้ไขข้อมูลสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบประจำส่วนงานให้สามารถแก้ไขข้อมูลอีเมลต่างๆได้ เมื่อมีการร้องขอจากเจ้าของข้อมูล และสามารถกดส่งอีเมลซ้ำได้อีกครั้ง โดยพิจารณาเฉพาะในบางกรณี เช่น ปลายทางอาจจะหาอีเมลไม่เจอ หรือมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อีเมลโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า ต้องการให้ส่งอีเมลซ้ำ ถึงแม้ว่าข้อมูลจากระบบได้ผ่านขั้นตอนนั้นๆไปแล้ว ๓. เก็บประวัติการส่งอีเมล ซึ่งจะมีทั้งการส่งอีเมลแบบอัตโนมัติจากระบบในแต่ละขั้นตอนและการส่งอีเมลโดยเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบประจำส่วนงาน ซึ่งมีรายการที่เก็บข้อมูล เช่น PK ของรายการข้อมูล/หัวเรื่อง, อีเมลปลายทาง, ผู้ส่งอีเมล/ส่งโดยใคร, สถานะการส่ง (ส่งสำเร็จ/ไม่สำเร็จ), สถานะของข้อมูล (ถ้ามี), วัน-เวลาที่ส่ง หรือหมายเหตุอื่นๆ เพิ่มเติม เป็นต้น เพื่อให้ผู้พัฒนาระบบสามารถตรวจสอบข้อมูลเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบประจำส่วนงานสอบถาม ๔. เพิ่มส่วนที่เป็นสคริปสำหรับตรวจเช็คในการกรอกข้อมูลในช่อง input ของอีเมลให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันอักขระพิเศษที่จะทำให้ระบบส่งอีเมลไปยังอีเมลปลายทางไม่สำเร็จ ๕. ผู้พัฒนาระบบอาจจะมีการระบุใน workflow …
