Back

เปิดความสามารถของ Google Docs: เคล็ดลับและเทคนิคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคุณ

ปัจจุบัน Google Docs ได้กลายเป็นโปรแกรมประมวลผลคำสำหรับนักเรียน, คนทำงาน, และองค์กรทั่วโลก มีคุณสมบัติการทำงานร่วมกันและอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตรต่อผู้ใช้ทำให้มันเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับโปรแกรมประมวลคำแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จำนวนมากอาจไม่ทราบเกี่ยวกับเคล็ดลับและเทคนิคต่าง ๆ ที่สามารถปรับปรุงประสบการณ์และประสิทธิภาพของพวกเขาใน Google Docs ในบทความนี้ เราจะมาค้นหาเคล็ดลับและเทคนิค Google Docs ที่มีประโยชน์เพื่อช่วยให้คุณทำงานได้มากขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

  • พิมพ์ด้วยเสียง (Voice Typing) เพื่อใช้คุณสมบัตินี้ คลิกที่ “เครื่องมือ” และเลือก “พิมพ์ด้วยเสียง” หรือใช้คีย์ลัด Ctrl+Shift+S
  • โหมดเสนอแนะ (Suggesting mode) ในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นในเอกสารมักจำเป็นต้องมีการเสนอแนะการแก้ไขแทนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงโดยตรง ใน Google Docs มีโหมด “เสนอแนะ” ที่ช่วยให้คุณเสนอแนะการแก้ไขซึ่งสามารถยอมรับหรือปฏิเสธได้โดยผู้ทำงานร่วมกันคนอื่น ๆ เพื่อใช้โหมดนี้ คลิกที่ไอคอนดินสอที่อยู่ทางมุมบนขวาของเอกสารของคุณแล้วเลือก “เสนอแนะ” การเปลี่ยนแปลงของคุณจะปรากฏเป็นข้อเสนอแนะพร้อมชื่อของคุณ – วิธีการใช้โหมดเสนอแนะ
  • ใช้คีย์ลัด (Keyboard Shortcuts) คีย์ลัดที่นิยมและช่วยให้การพิมพ์เอกสารรวดเร็ว
    • Ctrl+B (Cmd+B สำหรับ Mac) สำหรับข้อความหนา
    • Ctrl+I (Cmd+I สำหรับ Mac) สำหรับข้อความเอียง
    • Ctrl+K (Cmd+K สำหรับ Mac) เพื่อแทรกลิงก์
    • Ctrl+Shift+C (Cmd+Shift+C สำหรับ Mac) เพื่อดูจำนวนคำ
    • ดูรายการคีย์ลัดทั้งหมด ให้กด Ctrl+/ หรือ ดูคีย์ลัดทั้งหมด
  • สร้างสไตล์ที่กำหนดเอง (Custom Style) หากคุณต้องใช้การตั้งค่าการจัดรูปแบบเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ประหยัดเวลาด้วยการสร้างสไตล์ที่กำหนดเอง คลิกที่ “จัดรูปแบบ” ในแถบเมนู จากนั้นเลือก “สไตล์ย่อหน้า” และ “สไตล์ที่กำหนดเอง” คุณจะสามารถปรับแต่งหัวเรื่องของคุณ ข้อความปกติ และสไตล์อื่น ๆ ตามความพอใจ
  • ใช้มุมมองโครงร่าง (Use Outline View) สำหรับเอกสารที่จำนวนหน้ามาก ๆ การไปยังหน้าต่าง ๆ หรือหัวข้อต่าง ๆ ของเอกสารอาจใช้เวลามาก มุมมองโครงร่างช่วยให้คุณกระโดดระหว่างส่วนต่าง ๆ ของเอกสารของคุณได้เร็วขึ้น Google Docs จะสร้างโครงร่างโดยอัตโนมัติตามหัวข้อ (Title, Header 1,… Heading 6)ของคุณ ในการเข้าถึงโครงร่าง คลิกที่ “มุมมอง” ในแถบเมนูและเลือก “แสดงโครงร่างเอกสาร”
  • ใช้ Google Docs แบบออฟไลน์ หากคุณต้องการทำงานกับเอกสารโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต คุณสามารถเปิดใช้งาน การแก้ไขแบบออฟไลน์ ได้ โดยติดตั้งส่วนขยาย Google Docs Offline สำหรับ Chrome จากนั้นเปิด Google Drive คลิกที่ไอคอนเฟืองและเลือก “Settings” ใต้แท็บ “Offline” ทำเครื่องหมายถูกในช่องถัดจาก “สร้าง, เปิด, และแก้ไขไฟล์ Google Docs ล่าสุดของคุณบนอุปกรณ์นี้ในขณะที่ออฟไลน์”

สรุป:
Google Docs เป็นโปรแกรมจัดพิมพ์เอกสารที่มีความสามารถที่หลากหลาย และมีประสิทธิภาพ การใช้เคล็ดลับและเทคนิคเหล่านี้ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและทำให้ประสบการณ์ในการใช้ Google Docs น่าสนใจและเป็นที่พอใจมากขึ้น ลองใช้เคล็ดลับและเทคนิคเหล่านี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ – สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

O]O #9

Powered by Chat GPT