เทคนิคการเขียนใบ CAR เพื่อแก้ไข NC ในระบบ ISO
- Posted by Thitirat Sudpum
- Categories Explicit Knowledge, การจัดการความรู้
- Date August 27, 2024
- ภาระงานที่รับผิดชอบ
สำนักงานคอมพิวเตอร์มีการดำเนินการตามมาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และ ISO 27001: 2013 2013 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพของระบบบริหารจัดการและความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลภายในสำนักคอมพิวเตอร์ การอบรมให้บุคลากรเพื่อเป็นผู้ตรวจติดตามภายใน (Internal Auditors) จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบและยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผู้ตรวจติดตามภายใน คือ บุคลากรภายในองค์กรที่ได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้ความเข้าใจในมาตรฐาน ISO และมีทักษะในการตรวจสอบประเมินระบบบริหารจัดการต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบดังกล่าวยังคงดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐาน โดยผู้ตรวจติดตามภายในจะมีหน้าที่หลักดังนี้
- ตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน: ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบ เช่น นโยบาย ขั้นตอนการทำงาน คู่มือ และบันทึกต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเอกสารเหล่านั้นครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน
- สังเกตการณ์การปฏิบัติงาน: สังเกตการณ์การปฏิบัติงานจริงของบุคลากร เพื่อประเมินว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในเอกสารหรือไม่
- สัมภาษณ์บุคลากร: สัมภาษณ์บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทำงานของระบบ
- วิเคราะห์ข้อมูล: วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบ เพื่อระบุจุดแข็ง จุดอ่อน และโอกาสในการปรับปรุง
- รายงานผลการตรวจสอบ: รายงานผลการตรวจสอบให้ผู้บริหารทราบ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข
การตรวจติดตามภายในจะช่วยในการป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดที่อาจส่งผลให้เกิดปัญหาหรือข้อผิดพลาดที่มีผลกระทบต่อสำนักคอมพิวเตอร์ ตลอดจนระบุจุดอ่อนและโอกาสในการปรับปรุงให้กระบวนการทำงานนั้นมีการพัฒนาขึ้น การตรวจสอบนี้จะช่วยให้สามารถพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานและเพิ่มผลลัพธ์โดยรวมได้ ดังนั้นการมีผู้ตรวจติดตามภายในที่มีความเชี่ยวชาญและมีการวางแผนการตรวจสอบที่ดีจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการประกันว่ากระบวนการภายในขององค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องได้อย่างครบถ้วน
- การเรียนรู้ ความคาดหวัง ของ “ลูกค้า/ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่นำเสนอ”
- คณะกรรมการตรวจติดตามภายในคาดหวังให้เอกสารมีความชัดเจนและครบถ้วนในรายละเอียด โดยต้องระบุคำอธิบายปัญหาที่ชัดเจน การอ้างอิงข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์สาเหตุอย่างละเอียด และการกำหนดการดำเนินการแก้ไขที่ชัดเจนอย่างชัดเจน ทั้งในด้าน Corrective Actions และ Preventive Actions รวมถึงการระบุผู้รับผิดชอบและระยะเวลาในการดำเนินการ
- คณะกรรมการตรวจติดตามภายในคาดหวังให้มีการติดตามผลและตรวจสอบประสิทธิผลของการแก้ไข มีการอนุมัติจากผู้มีอำนาจและการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ รวมถึงความโปร่งใสในการสื่อสารและรายงานสถานการณ์ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
- ผู้รับการตรวจติดตามภายใน คาดหวังว่าใบ CAR จะระบุรายละเอียดของความไม่สอดคล้อง (NC) อย่างชัดเจน โดยต้องอธิบายว่าปัญหาคืออะไร เกิดขึ้นเมื่อใด และที่ไหน รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังต้องมีการอ้างอิงถึงเอกสารหรือข้อกำหนดที่ไม่ปฏิบัติตาม
- ผู้บริหารคาดหวังว่า คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่เขียนใบ CAR ได้อย่างชัดเจนซึ่งจะเป็นการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจระหว่างผู้ตรวจติดตามภายในและผู้รับตรวจ ซึ่งจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องในระบบ ISO เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการพัฒนาปรับปรุงระบบการจัดการขององค์กรให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน
- วัตถุประสงค์ (ให้บอกวัตถุประสงค์ขององค์ความรู้ที่นำเสนอ)
- เพื่อเป็นต้นแบบในการเขียนใบคำร้องขอให้แก้ไขป้องกันในระบบ ISO
- เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจวิธีการเขียนใบคำร้องขอให้แก้ไขป้องกัน
- เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเข้าใจตรงกันในการแก้ไขและป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก
- บทสรุปองค์ความรู้ (สรุปเนื้อหาองค์ความรู้ที่สำคัญ และจำเป็น บอกแนวทางการดำเนินการ วิธีการ หรือวิธีการปฏิบัติเพื่อให้บรรลุองค์ความรู้ที่ต้องการ)
- สำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้นำระบบบริหารคุณภาพ ISO9001:2015 มาใช้เพื่อให้เกิดความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเพื่อให้หน่วยงานมีการพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ร่วมมือในการนำระบบบริหารคุณภาพ ISO9001:2015 มาใช้ในหน่วยงาน โดยส่วนหนึ่งของการนำระบบบริหารคุณภาพ ISO มาใช้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบคุณภาพว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด หรือระเบียบปฏิบัติหรือไม่ จึงได้มีกระบวนการตรวจสอบภายในขึ้น โดยกระบวนการตรวจสอบภายใน (Internal Auditing) เป็นกิจกรรมที่จะให้ความเชื่อมั่นว่าหน่วยงานได้มีการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งหากหน่วยงานไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐาน หน่วยงานจะต้องประเมินและปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับดูแล อย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน
การนำระบบการบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 มาประยุกต์ใช้ในการบริหาร จะต้องดำเนินการตรวจติดตามภายใน Internal Audit ตามข้อกำหนด 9.2 เพื่อเป็นการประเมินสมรรถนะและประสิทธิภาพของแต่ละกระบวนการนอกจากนี้สำนักคอมพิวเตอร์จะต้องผ่านการตรวจประเมินโดยผู้ตรวจภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่า สำนักคอมพิวเตอร์ได้มีการดำเนินการสอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบการบริหารคุณภาพ ISO 9001:2015 หรือไม่เพียงใด หากพบข้อบกพร่องที่มีสาระสำคัญจากการตรวจติดตามภายใน จะต้องมีการออกเอกสาร CAR เพื่อให้กระบวนนั้นๆ ทำการแก้ไขปรับปรุง แต่ถ้าพบข้อบกพร่องที่มีสาระสำคัญจากผู้ตรวจประเมินก็จะต้องมีการออก NC Major และ NC Minor เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามข้อกำหนดของระบบการบริหารคุณภาพตามมาตรฐานสากล
การเขียนใบ CAR เพื่อแก้ไข NC ในระบบ ISO จะช่วยทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจประเภทของ NC และ CAR เรียนรู้และเข้าใจเทคนิคการเขียนตอบ CAR ที่ได้รับจากการตรวจติดตามภายใน และเทคนิคการเขียนตอบทั้ง NC Major, NC Minor ได้อย่างถูกต้องตรงประเด็น และสอดคล้องกับข้อกำหนดของระบบการบริหารคุณภาพอย่างครบถ้วน
การเขียน Corrective Action Report (CAR) ที่มีรายละเอียดครบถ้วนและชัดเจนจะช่วยให้สำนักคอมพิวเตอร์สามารถแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการพัฒนาปรับปรุงระบบการจัดการคุณภาพอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนดจะช่วยให้การจัดการกับ NC เป็นไปอย่างมีระเบียบและเป็นระบบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษามาตรฐาน ISO และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กร ดังนั้น การเขียน CAR จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการจัดการกับ Non-Conformities (NC) หรือความไม่สอดคล้องที่เกิดขึ้นในระบบการจัดการตามมาตรฐาน ISO ไม่ว่าจะเป็น ISO 9001 (ระบบการจัดการคุณภาพ), ISO 14001 (ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม), หรือ ISO 27001 (การจัดการความปลอดภัยของข้อมูล) CAR ช่วยในการบันทึกปัญหาที่เกิดขึ้น การวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา และการดำเนินการแก้ไขที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเดิมขึ้นอีก โดยวิธีการเขียน CAR อย่างละเอียด จะทำให้มั่นใจว่า NC จะได้รับการแก้ไขและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเขียน CAR จะแบ่งออกเป็น 6 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1: ข้อมูลพื้นฐาน
1.1 ประเภทของ NC เลือก CAR (คำร้องขอให้แก้ไข) หรือ PAR (คำร้องขอให้ป้องกัน)
1.2 หมายเลข CAR เป็นรหัสที่กำหนดให้เอกสารการดำเนินการแก้ไขแต่ละครั้ง ซึ่งช่วยในการติดตามและอ้างอิงในอนาคต การกำหนดหมายเลขควรมีรูปแบบที่เป็นระบบ เช่น CAR-2024-001 เพื่อระบุปีและลำดับของ CAR
1.3 ระเบียบปฏิบัติ ระบุเลขที่ระเบียบปฏิบัติ พร้อมชื่อระเบียบปฏิบัติ
1.4 เอกสารอ้างอิง ถ้ามีเอกสารอ้างอิงให้ระบุด้วย
1.5 ผลการตรวจ ระบุผลการตรวจว่าเป็นการตรวจอะไรถึงได้ออก CAR
1.6 ผู้ตรวจ ระบุชื่อ-นามสกุลผู้ตรวจติดตามภายในทุกท่านที่ได้ทำการตรวจในครั้งนี้
1.7 วันที่ออก CAR/PAR ระบุวันที่ที่มีการออกเอกสาร CAR โดยบันทึกเป็นรูปแบบวันที่ที่ชัดเจน เช่น 1 สิงหาคม 2567 เพื่อให้ทราบถึงเวลาที่เริ่มต้นการแก้ไขปัญหา
1.8 ผู้จัดทำระเบียบปฏิบัติ/ผู้รับการตรวจ ระบุชื่อและตำแหน่งของผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินการแก้ไข รวมถึงการติดตามและตรวจสอบผลการแก้ไข ควรระบุให้ชัดเจนเพื่อให้ทราบว่าใครเป็นผู้ดูแลกระบวนการนี้
ส่วนที่ 2: รายละเอียด NC
การเขียนลักษณะของความไม่สอดคล้อง (Non-Conformity) ในใบ Corrective Action Request (CAR) ควรมีความชัดเจนและละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจปัญหาได้อย่างครบถ้วนและดำเนินการแก้ไขได้อย่างถูกต้อง โดยทั่วไป ควรประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้
1. คำอธิบายของปัญหา (Problem Description)
- สิ่งที่เกิดขึ้น (What Happened): อธิบายสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่นำไปสู่การพบความไม่สอดคล้อง โดยระบุว่าเกิดอะไรขึ้น เช่น “พบว่ามีเครื่องคอมพิวเตอร์ลงโปรแกรมผิดลิขสิทธิ์”
- ลักษณะของความไม่สอดคล้อง (Nature of Non-Conformity): ระบุรายละเอียดว่าความไม่สอดคล้องคืออะไรและผิดพลาดจากข้อกำหนดหรือมาตรฐานอย่างไร เช่น “คอมพิวเตอร์ที่ส่งมอบให้กับลูกค้าไม่ตรงตามข้อกำหนดที่ระบุในเอกสารมาตรฐานการลงโปรแกรมของงานบริการเครื่องคอมพิวเตอร์”
2. รายละเอียดเพิ่มเติม (Additional Details)
- ข้อกำหนดหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง (Related Standards or Requirements): ระบุเอกสารหรือมาตรฐานที่ใช้ในการวัดหรือควบคุมคุณภาพ และระบุว่าไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดใด เช่น “ไม่ตรงตามมาตรฐาน ISO 9001 ข้อกำหนด 8.2.3 ข้อกำหนดเรื่องการควบคุมคุณภาพ”
- ข้อมูลเชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพ (Quantitative or Qualitative Data): ระบุข้อมูลที่ชัดเจน เช่น ขนาด สี น้ำหนัก หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เช่น “ห้อง 204
มีคอมพิวเตอร์ 40 เครื่อง มีโปรแกรม Office พื้นฐาน แต่ในห้องมีคอมพิวเตอร์เพียงแค่ 32 เครื่อง”
3. สถานที่และเวลา (Location and Time)
- สถานที่เกิดเหตุการณ์ (Location of Occurrence): ระบุสถานที่ที่พบความไม่สอดคล้อง เช่น “เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเลขที่ 43 ที่ตั้งในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 204”
- วันที่และเวลาที่พบ (Date and Time of Detection): ระบุวันที่และเวลาที่พบความไม่สอดคล้อง เพื่อบันทึกและตรวจสอบประวัติการเกิดปัญหา เช่น “พบเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2024 เวลา 10:30 น.”
4. หลักฐานที่สนับสนุน (Supporting Evidence)
- รูปถ่ายหรือเอกสาร (Photos or Documents): หากมีหลักฐานเพิ่มเติม เช่น รูปถ่ายของผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหา เอกสารการตรวจสอบ หรือผลการทดสอบ ควรแนบหรืออ้างอิงเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น
- รายงานการตรวจสอบ (Inspection Reports): หากมีรายงานการตรวจสอบที่ระบุความไม่สอดคล้อง ควรอ้างอิงเพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบ
5. ผลกระทบที่เกิดขึ้น (Impact of the Non-Conformity)
- ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ (Impact on Product/Service): ระบุว่าความไม่สอดคล้องนั้นมีผลกระทบต่อคุณภาพหรือการใช้งานของผลิตภัณฑ์หรือบริการอย่างไร เช่น “เครื่องคอมพิวเตอร์ลงโปรแกรมไปแล้วไม่สามารถใช้งานได้ตามที่ลูกค้าคาดหวัง”
- ผลกระทบต่อการดำเนินงาน (Operational Impact): อธิบายผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร เช่น “ทำให้ต้องยกเลิกการใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อทำการตรวจสอบและแก้ไข”
6 วันที่กำหนดให้แก้ไขเสร็จสิ้น กำหนดวันที่ที่ต้องการให้การแก้ไขเสร็จสิ้น เพื่อเป็นการกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาสำหรับการดำเนินการ
- ผู้ตรวจ ลงนามในเอกสาร
ส่วนที่ 3: การวิเคราะห์สาเหตุ
3.1 การวิเคราะห์สาเหตุรากเหง้า (Root Cause Analysis) การหาสาเหตุรากเหง้าเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาให้ได้ผล วิธีการวิเคราะห์สาเหตุที่นิยมใช้ ได้แก่
- Fishbone Diagram (หรือ Ishikawa Diagram): เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจำแนกปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาโดยแยกตามหมวดหมู่ เช่น คน เครื่องจักร วัสดุ วิธีการ สิ่งแวดล้อม และการวัด
- 5 Whys: เป็นการถามคำถาม “ทำไม” 5 ครั้งเพื่อเจาะลึกไปยังสาเหตุรากเหง้าของปัญหาการใช้เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้การระบุสาเหตุรากเหง้าเป็นไปอย่างละเอียดและชัดเจน
- สาเหตุที่แท้จริง: หลังจากการวิเคราะห์ ระบุสาเหตุที่แท้จริงอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่สาเหตุที่ผิวเผิน เช่น ถ้า NC เกิดจากข้อผิดพลาดในการผลิต สาเหตุที่แท้จริงอาจจะเป็นการขาดการฝึกอบรมพนักงาน ไม่ใช่แค่ความผิดพลาดของพนักงานเอง
ส่วนที่ 4: การดำเนินการแก้ไข
4.1 การดำเนินการแก้ไข (Corrective Actions) ระบุการดำเนินการที่ต้องทำเพื่อแก้ไขปัญหา NC โดยให้รายละเอียดของขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอย่างชัดเจน เช่น
- การปรับปรุงกระบวนการ: เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงานเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหา
- การฝึกอบรม: การจัดการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะและความรู้ให้กับพนักงานที่เกี่ยวข้อง
- การตรวจสอบเพิ่มเติม: การเพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอีก การดำเนินการแก้ไขควรระบุผู้รับผิดชอบและวันที่ที่ต้องการให้ดำเนินการเสร็จสิ้น
4.2 การป้องกันการเกิดซ้ำ (Preventive Actions) ระบุการดำเนินการเพิ่มเติมที่มุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีก เช่น
- การทบทวนกระบวนการ: ทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานการทำงาน
- การปรับปรุงระบบการตรวจสอบ: เพิ่มมาตรการตรวจสอบความสอดคล้องของกระบวนการ
ส่วนที่ 5: การติดตามและตรวจสอบ
5.1 การติดตามผลการดำเนินการ (Follow-up) กำหนดวิธีการและเวลาที่จะติดตามผลการดำเนินการแก้ไข เช่น การตรวจสอบผลการดำเนินการแก้ไขในเวลาที่กำหนดเพื่อให้แน่ใจว่าการแก้ไขดำเนินไปตามแผนที่วางไว้
5.2 การตรวจสอบผลลัพธ์ (Verification of Effectiveness) หลังจากดำเนินการแก้ไขแล้ว ควรมีการตรวจสอบและประเมินผลการแก้ไขว่าได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังหรือไม่ การตรวจสอบนี้ควรทำอย่างเป็นระบบและบันทึกผลเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงต่อไป
ส่วนที่ 6: การอนุมัติและบันทึกผล
การอนุมัติ เอกสาร CAR จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้อำนวยการ หรือประธานกรรมการ เพื่อรับรองว่าการดำเนินการแก้ไขเป็นไปตามข้อกำหนดและมีการดำเนินการอย่างถูกต้อง
You may also like
ในองค์ความรู้นี้จะนำเสนอ การเขียนโปรแกรมบีบอัดและรวมไฟล์รูปภาพในรูปแบบ ZIP สำหรับระบบบัตรพนักงาน มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งแบ่งเป็นขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ ทำการดาวโหลดไฟล์รูปภาพจาก MinIO มาลงที่โฟลเดอร์ storage แสดงดังภาพ สร้างฟังก์ชันสำหรับ บีบอัดและรวมไฟล์รูปภาพในรูปแบบ ZIP แสดงดังภาพ ไฟล์ Zip ที่ออกจากระบบ แสดงดังภาพ อ้างอิง https://www.php.net/manual/en/class.ziparchive.php
การสร้าง QR Code ในรูปแบบนามบัตรดิจิทัล (vCard) บน Laravel Framework เพื่อใช้กับระบบบัตรพนักงานของมหาวิทยาลัยบูรพา
ในองค์ความรู้นี้จะนำเสนอ การสร้าง QR Code ในรูปแบบ vCard สำหรับบัตรพนักงาน มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งแบ่งเป็นขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ 1. การติดตั้ง Package สำหรับสร้าง QR Code ที่ชื่อ simplesoftwareio/simple-qrcode โดยติดตั้งผ่าน Composer คำสั่ง : composer require simplesoftwareio/simple-qrcode 2. สร้างฟังก์ชันสำหรับ QR Code ในรูปแบบ vCard ซึ่งโครงสร้างข้อมูล ต้องเริ่มต้นด้วย BEGIN:VCARD และจบด้วย END:VCARD และฟิลด์ที่กำหนดค่าที่สำคัญ เช่น ชื่อ (FN) …
ที่มา/ปัญหา เพื่อให้การใช้งาน Docker Volumes ร่วมกับโปรแกรม Cursor และ Git Azure ได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงต้องทำการเชื่อมต่อข้อมูลไฟล์ Project กับ Container และใช้ SSH ในการเชื่อมต่อโดยมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้ สิ่งที่จำเป็นและต้องเตรียม ๑. Docker Desktop ๒. Docker Container ๓. Extension SFTP ของ Cursor หรือ VS Code ขั้นตอนการติดตั้งและใช้งาน ๑. ติดตั้ง OpenSSH Server โดยเข้าไปที่ Container Exec แล้วลองพิมพ์ …
